จักรยาน BMX มียี่ห้อไหนน่าใช้บ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ในยุคปัจจุบันนี้ ‘จักรยาน’ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ได้รับความนิยมในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย ,การขับจักรยานเพื่อเข้าสังคม, ร่วมกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การปั่นจักรยานเพื่อใช้แทนรถทั่วไปที่ใช้น้ำมัน ประโยชน์ของจักรยานนี้ ก็มีหลายอย่างจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมปัจจุบันนี้จักรยานถึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้ ซึ่งมีจักรยานประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน นั่นก็คือ จักรยาน BMX

จักรยาน BMX จักรยานโลดโผนสุดมัน

ซึ่งจักรยาน BMX จำเป็นจะต้องใช้ทักษะในการฝึกฝนของผู้ขับขี่จักรยานเป็นอย่างมาก จึงทำให้แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่จักรยานประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่มีความสนใจในการเล่นจักรยาน BMX นี้ มีทั้งรุ่น Speed ซึ่งสามารถใช้ปั่นไปได้ในสถานที่ต้องการ และแบบ Street หรือแม้แต่ปั่นเพื่อเล่นท่าทางต่างๆ ที่เป็นในกีฬา Xtream มากขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นนั้นแนะนำว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกจักรยาน BMX ยี่ห้อไหน หรืออะไรก็ตามแนะนำว่าจะต้องติดเบรคเอาไว้ด้วยทั้งหน้าและหลัง เพื่อช่วยในการรักษาความปลอดภัย

หลักการเลือก

คุณต้องถามใจตัวเองก่อนว่า ต้องการเล่นแบบไหน Racing, Street, Dirt, Flatland เมื่อได้คำตอบแล้ว พร้อมทั้งศึกษาจักรยานของแต่ล่ะแบรนด์ว่า มีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับราคานั้นหรือเปล่า

อุปกรณ์ควรเลือกแต่พอดี

หลังจากที่คุณเลือกสายได้แล้ว คราวนี้ก็ค่อยมาหาจักรยานให้ตรงสายที่คุณอยากเล่น เนื่องจากในแต่ล่ะสายนี้ อุปกรณ์ก็จะแตกต่างกันอีกแบบไปเลย หากแต่สาย Street, Flatland ยังสามารถใช้โครงเดียวกันได้อยู่ และนอกเหนือไปจากตัวจักรยานแล้ว อุปกรณ์ป้องกันก็มีความสำคัญมาก โดยคุณอาจจะเลือกชุดเซต ที่ราคาไม่แพงมากก่อนก็ได้ หรืออาจจะเลือกมือ 2 สภาพดีก็ได้ เมื่อฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว จึงค่อยหาจักรยานที่ตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้นก็ได้

BMX หรือ Bicycle Motocross

สำหรับ BMX มักมีขนาดล้อแตกต่างกันไป โดยมีทั้ง 16/26/20 ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด มีต้นกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2513 ณ รัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปี 1982 สำหรับในประเทศไทย แบรนด์ของจักรยาน BMX ที่ได้รับความนิยม ได้แก่…

  • haro
  • wethepeople
  • subrosa ,
  • eastern

สิ่งที่น่าสนใจ ในการเลือกจักรยาน BMX

ในปัจจุบันนี้ BMX สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ เล่นท่า และ ปั่นเพื่อทำความเร็ว โดยทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกันเกือบหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเฟรม จวบไปจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ

ในส่วนของ เฟรม คือ สิ่งที่ใช้ในการปั่นเพื่อทำความเร็ว ส่วนใหญ่แล้วจะมีการใช้เฟรมที่เป็นอลูมิเนียม ส่วนฝั่งที่เน้นการเล่นท่า ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ เฟรมแบบโครโมลี่ ซึ่งคุณจะต้องเลือกก่อนว่า คุณจะเล่นแนวไหน แบบไหนที่ต้องการ นอกจากนี้ในส่วนอื่นๆ อย่างเช่น เบรค ก็มีการใช้กันคนละแบบ โดยจุดยึดของเบรคอยู่คนละตำแหน่งกัน เพราะฉะนั้นจึงใช้แทนกันไม่ได้ นอกจากนี้ถ้าคุณจะเน้นแนวเล่นท่า คราวนี้ก็จะต้องมาเจาะลึกในเรื่องของลายละเอียดไปอีก เนื่องจากนักเล่น BMX สมัยใหม่ ไม่นิยมใส่เบรคกัน เพราะฉะนั้นเฟรมรุ่นใหม่ จะไม่มีจุดให้ใส่เบรคนได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเท่าที่ศึกษามา ก็จะมีให้เลือกรุ่นที่ทำจุดเอาไว้ให้ใส่เบรคได้อยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งในส่นนี้ต้องศึกษาสเป็คของในแต่ล่ะแบรนด์เอาเอง

เริ่มต้นอยู่ที่หลักหมื่นกันทั้ง 2 แบบ แต่อย่างไรก็ตามฝั่งเน้นความเร็ว สามารถมีราคาไต่ไปได้ถึงในระดับหลายๆ หมื่นก็มี ก็ลองพิจารณาตามสะดวกเลย